|
ฮีสตามีนมีอยู่เป็นปริมาณไม่มากนักตามธรรมชาติในตัวปลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลากะตัก ปลาทูน่า และปลาแม็คเคอเรล
แต่ปริมาณของสารฮีสตามีนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อปลาเริ่มเสื่อมสภาพอัน
เนื่องมาจากการย่อยสลายของจุลินทรีย์ การบริโภคอาหารที่มีปริมาณฮีสตามีนสูงทำให้เกิดอาการแพ้
หรือที่เรียกว่าอาหารเป็นพิษจากฮีสตามีน (Scombrotoxism)
น้ำปลาที่มีคุณภาพสูง (มีระดับโปรตีน >12% หรือมีระดับไนโตรเจน
> 20g/L ) ที่ผลิตจากปลากะตักสดควรมีปริมาณฮีสตามีนไม่เกิน
200 ppm. น้ำปลาที่มีปริมาณฮีสตามีนสูงบ่งชี้ว่าเป็นน้ำปลาที่ผลิตจากปลาที่เสื่อมสภาพ
ด้วยเหตุนี้ ปริมาณฮีสตามีนจึงสามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพของน้ำปลาได้อย่างหนึ่ง
น้ำปลาระดับคุณภาพ ปานกลาง (มีระดับโปรตีน >10%
หรือมีระดับไนโตรเจน > 15g/ ) ที่ผลิตจากปลากะตักสดควรมีปริมาณฮีสตามีนต่ำกว่า
150 ppm หากต้องการเปรียบเทียบคุณภาพของน้ำปลาโดยดูจากปริมาณฮีสตามีนควรพิจารณาในกลุ่มน้ำปลา
เกรดเดียวกัน (ดูที่ค่า TN) *TN = ปริมาณค่าไนโตรเจนทั้งหมด
|