Q10
สินค้าน้ำปลามีวันหมดอายุหรือไม่ และควรเก็บรักษาอย่างไร
  A10
วิธีที่ดีที่สุดก็คือควรเก็บน้ำปลาไว้ในที่ซึ่งมีอุณหภูมิไม่ร้อนไม่เย็นเกินไป หากยังไม่เปิดขวดน้ำปลาที่บรรจุในขวดแก้วจะเก็บไว้ได้นาน 24 เดือน ส่วนน้ำปลาในขวดพลาสติกจะเก็บได้นาน 12 เดือน
    
  Q11
สินค้าที่ผลิตโดยบริษัทอุตสาหกรรมน้ำปลาระยองมีคุณสมบัติต้องตรงตามข้อกำหนดของตลาด EU และตลาดแคนาดา หรือไม่
  A11
สินค้าของเรามีคุณภาพต้องตามมาตรฐานของ EU เราสามารถผลิตน้ำปลาที่มีปริมาณฮีสตามีนไม่ เกิน 200 ppm ตามข้อกำหนดของตลาด EU และตลาดประเทศแคนาดา ถือเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ได้พัฒนาขั้นตอนการหมักบ่มให้ได้น้ำปลาที่มีปริมาณฮีสตามีนอยู่ในระดับต่ำได้
 
  Q12
ฮีสตามีนคืออะไร
  A12
ฮีสตามีนมีอยู่เป็นปริมาณไม่มากนักตามธรรมชาติในตัวปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลากะตัก ปลาทูน่า และปลาแม็คเคอเรล แต่ปริมาณของสารฮีสตามีนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อปลาเริ่มเสื่อมสภาพอัน เนื่องมาจากการย่อยสลายของจุลินทรีย์ การบริโภคอาหารที่มีปริมาณฮีสตามีนสูงทำให้เกิดอาการแพ้ หรือที่เรียกว่าอาหารเป็นพิษจากฮีสตามีน (Scombrotoxism) น้ำปลาที่มีคุณภาพสูง (มีระดับโปรตีน >12% หรือมีระดับไนโตรเจน > 20g/L ) ที่ผลิตจากปลากะตักสดควรมีปริมาณฮีสตามีนไม่เกิน 200 ppm. น้ำปลาที่มีปริมาณฮีสตามีนสูงบ่งชี้ว่าเป็นน้ำปลาที่ผลิตจากปลาที่เสื่อมสภาพ ด้วยเหตุนี้ ปริมาณฮีสตามีนจึงสามารถใช้เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพของน้ำปลาได้อย่างหนึ่ง น้ำปลาระดับคุณภาพ ปานกลาง (มีระดับโปรตีน >10% หรือมีระดับไนโตรเจน > 15g/ ) ที่ผลิตจากปลากะตักสดควรมีปริมาณฮีสตามีนต่ำกว่า 150 ppm หากต้องการเปรียบเทียบคุณภาพของน้ำปลาโดยดูจากปริมาณฮีสตามีนควรพิจารณาในกลุ่มน้ำปลา เกรดเดียวกัน (ดูที่ค่า TN) *TN = ปริมาณค่าไนโตรเจนทั้งหมด